SIM2 Crystal4-SH

พูดถึงโปรเจคเตอร์SIM2จำได้ว่าตอนผมเริ่มเล่นเครื่องเสียงใหม่ๆได้แต่มองอ้าปากค้าง เนื่องจากว่าเป็นโปรเจคเตอร์ที่อยู่ไกลเกินฝันด้วยราคาที่สูงมากใช้กันในกลุ่มผู้เล่นระดับHigh-End และหาชมภาพจริงยากมาก ได้แต่อ่านreviewsแล้วนึกภาพตามว่าโปรเจคเตอร์ระดับนี้ภาพจะออกมาดีขนาดไหน จนเมื่องานCEDIA EXPOครั้งล่าสุดสองปีก่อน ก็ได้มีโอกาสได้สัมผัสกับภาพจากโปรเจคเตอร์รุ่นล่าสุดของSIM2 Dual Nero 4sที่ออกแบบให้วางstackกันสองตัว โดยแบ่งแต่ละตัวทำงานไม่เหมือนกัน ตัวหนึ่งทำงานในส่วนสว่างมากและส่วนอีกตัวทำงานในส่วนที่มืดกว่า ทั้งนี้เพื่อให้โปรเจคเตอร์มีDynamicและความสว่างของภาพสูงสุด จำได้ว่าในวันที่เข้าไปชมมีมือภาพระดับโลกหลายคนได้เข้าไปนั่งดูพร้อมกัน ผมนั่งอยู่หลังJoe Kaneที่กำลังนั่งดูอย่างตั้งใจ ภาพที่ผมเห็นจากโปรเจคเตอร์SIM2ในงานCEDIAวันนั้นสะดุดตามากทั้งความสว่าง สีสันของภาพที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง และเมื่อวันนี้มีโอกาสได้ทดสอบโปรเจคเตอร์ของSIM2 ก็ทำให้ได้รู้จัก เข้าใจโปรเจคเตอร์ระดับHigh Endจากอิตาลีตัวนี้มากขึ้น ใครสนใจและอยากรู้จักโปรเจคเตอร์ตัวนี้ให้มากขึ้น ติดตามอ่านกันได้เลยครับ แกะกล่องเครื่องออกมาสิ่งแรกที่สัมผัสได้ก็คือตัวเครื่องหนักกว่าที่คิดไว้ เห็นตัวเครื่องจากรูปภาพก็คิดว่าน้ำหนักคงไม่หนักมากแต่พอยกออกมาจากกล่องนี่รู้สึกเลยว่าไม่เบา น้ำหนักแจ้งไว้อยู่ที่ 14.5kg ขนาดตัวเครื่อง 50.7×39.2×18.1cm. ใครจะติดตั้งแบบแขวนก็ต้องเตรียมขาแขวนโปรเจคเตอร์ที่รับน้ำหนักได้อย่างน้อย15kg กำลังดี รูปร่างลักษณะภายนอก ออกแบบได้สวยงาม ดูเรียบๆทรงminimalistแต่แผงไว้ด้วยความหรูหรา ทันสมัย ดูดีมีdesign ร่วมกับพื้นผิวตัวถังอย่างหนาเป็นแบบcrystal glass-based ทำให้โปรเจคเตอร์เครื่องนี้ถ้าวางไว้ในห้องนั่งเล่นหรือห้องทั่วไปภายในบ้านถือได้ว่าเป็นเฟอร์นิเจอร์สวยๆอย่างหนึ่งได้เลย นอกจากนี้ความหนาของตัวถังนอกจากเพิ่มความแข็งแรงมั่นคงให้กับเครื่องแล้วยังช่วยลดการvibrationหรือการสั่นของเครื่องลงได้มาก ทำให้ภาพที่ฉายออกมาไม่มีการสั่นไหวเพิ่มความคมชัด อุปกรณ์อื่นที่อยู่ในกล่องก็ตามมาตรฐานทั่วไป ไม่มีอะไรมาก รีโมตก็ตามมาตรฐานโปรเจคเตอร์ มีปุ่มกดเปิดปิดไฟสีฟ้าเพื่อใช้ในที่มืด ที่แอบชอบคือปุ่มF1 F2ที่สามารถเปลี่ยนaspect ratioจาก 16:9 ไปเป็น 2.35:1 ได้ง่ายเพียงปุ่มเดียว อย่างห้องผมใช้เป็นจอwide screen […]